ปรับขนาดตัวอักษร
โหมดการเข้าถึงสำหรับผู้พิการ
ภาษา
ประวัติความเป็นมา
ที่ตั้ง
     องค์การบริหารส่วนตำบลพังยางเริ่มจัดตั้งเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2540 ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 16 ธันวาคม 2539 โดยประกาศราชกิจจานุเบกษาฉบับประกาศทั่วไป เล่ม 113 ตอนพิเศษ 52 ง ลงวันที่ 25 ธันวาคม 2539 เป็น 1 ใน 11 องค์การบริหารส่วนตำบลในเขตอำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ซึ่งอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอระโนด 12 กิโลเมตร (ตามเส้นทางสายสงขลา-ระโนด) และห่างจากตัวจังหวัดสงขลา (ตามเส้นทางสายสงขลา- ระโนด) ประมาณ 77 กิโลเมตร

เนื้อที่และอาณาเขตของตำบล
มีเนื้อที่ทั้งสิ้นประมาณ 18.5 ตารางกิโลเมตร หรือ 11,556 ไร่ มีอาณาเขตดังนี้
     ทิศเหนือ ติดกับตำบลระโนด อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา
     ทิศใต้ ติดกับตำบลวัดสน        อำเภอระโนด    จังหวัดสงขลา
     ทิศตะวันออก ติดกับตำบลระวะ         อำเภอระโนด    จังหวัดสงขลา
     ทิศตะวันตก ติดกับตำบลโรง อำเภอกระแสสินธุ์ และ ตำบลระโนด อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา

ลักษณะภูมิประเทศ
     ตำบลพังยางมีสภาพทางกายภาพเป็นที่ราบลุ่ม ซึ่งเป็นที่ตั้งชุมชน และทำเกษตรกรรม (นาข้าว) ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 100 ของพื้นที่ทั้งหมด

ลักษณะภูมิอากาศ
     ตำบลพังยาง ตั้งอยู่ในเขตอิทธิพลของลมมรสุมเขตร้อน มีลมมรสุมพัดผ่านประจำทุกปี คือ ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม ถึงกลางเดือนมกราคม และลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ เริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม ถึงกลางเดือนตุลาคม จากอิทธิพลของลมมรสุมดังกล่าว ส่งผลให้มี ฤดูกาลเพียง 2 ฤดู คือ
ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนกรกฎาคม ซึ่งจะเป็นช่วงที่ว่างของลมมรสุม โดยจะเริ่มตั้งแต่หลังจากหมดลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว อากาศจะเริ่มร้อนและอากาศจะมีอุณหภูมิสูงสุดในเดือนเมษายน แต่อากาศจะไม่ร้อนมากนักเนื่องจากตั้งอยู่ใกล้ทะเล
ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงเดือนมกราคม ตำบลพังยางจะมีฝนตกทั้งในช่วงลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือและลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ แต่ในช่วงลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีฝนตกชุกมากกว่า เนื่องจากพัดผ่านอ่าวไทย
     ตำบลพังยาง คำว่า “พังยาง” มาจากชื่อของสระน้ำขนาดเล็กถึงขนาดกลางโดยมีประวัติสืบทอดมาจากผู้คนในสมัยโบราณ ชุมชนแถบนี้เป็นชุมชนสองทะเล คือ ทะเลอ่าวไทยและทะเลสาบสงขลา ทำให้ผู้คนแถบนี้หาน้ำจืดมาเพื่ออุปโภคบริโภคได้ค่อนข้างยาก ผู้คนในชุมชนแห่งนี้จึงมีการรวมตัวกันขุดสระน้ำขึ้นมาเพื่อใช้ในการดำรงชีวิตและเพื่อการเกษตร ซึ่งผู้คนแถบนี้ไม่ได้เรียกแหล่งน้ำแห่งนี้ว่าสระน้ำหรือบ่อน้ำ แต่กลับเรียกแหล่งน้ำแห่งนี้ว่า“พัง” ซึ่งในแถบคาบสมุทรสทิงพระจะมี“พัง” หรือสระน้ำจำนวนมากซึ่งแล้วแต่ว่าชุมชนนั้นๆ จะตั้งชื่อสระน้ำแห่งนั้นว่าอะไร
     ในส่วนของตำบลพังยาง มีการตั้งชื่อว่าพังยาง ก็เพราะว่าเป็นแหล่งน้ำที่มีผู้คนใช้กันจำนวนมากและมีต้นยางใหญ่อยู่ริมสระน้ำแห่งนี้ จึงทำให้ผู้คนแถบนี้เรียกสระน้ำแห่งนี้ว่า“พังยาง” ซึ่งพังยางนี้ได้มีผู้คนมาใช้น้ำกันจำนวนมากจึงทำให้เกิดชุมชนขึ้นและเป็นชุมชนแห่งแรกที่มีการก่อตั้ง ชุมชนขึ้นในตำบลแห่งนี้ ด้วยเหตุที่เป็นชุมชนที่มีการรวมตัวกันแห่งแรกของตำบล จนทำให้มีการตั้งชื่อของตำบลว่า“ตำบลพังยาง” จนมาถึงปัจจุบันนี้
วิสัยทัศน์ (Vision)

“พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ส่งเสริมด้านคุณภาพชีวิต ยกระดับเศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็ง ร่วมแรงสืบสานประเพณีวัฒนธรรม นำสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน”

ยุทธศาสตร์การพัฒนา

ยุทธศาสตร์การพัฒนาขององค์การบริหารส่วนตำบลพังยาง ประกอบด้วย 7 ยุทธศาสตร์ ดังนี้
1. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน
2. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านคุณภาพชีวิตของประชาชนและครอบครัว
3. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านสังคมและความมั่นคงปลอดภัย
4. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านเศรษฐกิจชุมชนและครอบครัว
5. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านการส่งเสริมศาสนา ประเพณี ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น
6. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
7. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านการเมืองและการบริหารจัดการที่ดี

1) ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
แนวทางการพัฒนา
(1) ก่อสร้าง ปรับปรุงและซ่อมแซมเส้นทางคมนาคม
(2) ขยายเขตและติดตั้งระบบไฟฟ้า
(3) พัฒนาและปรับปรุงแหล่งน้ำอุปโภค บริโภค และเพื่อการเกษตร
(4) ควบคุมและจัดทำผังเมืองรวม
(5) พัฒนา ปรับปรุงและซ่อมแซมระบบการสื่อสาร

2) ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านคุณภาพชีวิตของประชาชนและครอบครัว
แนวทางการพัฒนา
(1) สนับสนุนและส่งเสริมการสาธารณสุขและการบริการสุขภาพ
(2) สนับสนุนและส่งเสริมการศึกษาและแหล่งเรียนรู้ทุกระดับ
(3) สนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมการกีฬาและนันทนาการ
(4) สนับสนุนและส่งเสริมการสงเคราะห์เด็ก สตรี คนชรา ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส
(5) สนับสนุนและส่งเสริมความมั่นคงของครอบครัว

3) ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านสังคมและความมั่นคงปลอดภัย
แนวทางการพัฒนา
(1) สนับสนุนและส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชน
(2) สนับสนุนและส่งเสริมการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
(3) สนับสนุนการรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
(4) เพิ่มศักยภาพด้านการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน

4) ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านเศรษฐกิจชุมชน
แนวทางการพัฒนา
(1) สนับสนุนและส่งเสริมการประกอบอาชีพของเกษตรกร
(2) สนับสนุนและส่งเสริมกลุ่มอาชีพและวิสาหกิจชุมชน
(3) สนับสนุนและส่งเสริมความรู้ทางวิชาการด้านการประกอบอาชีพ

5) ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านการส่งเสริมศาสนา ประเพณี ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น
แนวทางการพัฒนา
(1) สนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมทางศาสนา ประเพณี ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น

6) ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
แนวทางการพัฒนา
(1) รักษา พัฒนา และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

7) ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านการเมืองและการบริหารจัดการที่ดี
แนวทางการพัฒนา
(1) สนับสนุนและส่งเสริมด้านการเมือง การปกครองในระบอบประชาธิปไตย
(2) พัฒนาองค์กรและการให้บริการประชาชน
(3) สนับสนุนและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารจัดการที่ดี

จุดยืนทางยุทธศาสตร์

1) ให้มีระบบคมนาคมและไฟฟ้าแสงสว่างครอบคลุมเต็มพื้นที่
2) สนับสนุนส่งเสริมและพัฒนาการศึกษา กีฬา อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดปัญหาสังคม
3) ให้มีสวัสดิการสังคม และสังคมสงเคราะห์ เด็ก สตรี คนชรา คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส อย่างทั่วถึง และเป็นธรรม
4) ให้มีการจัดการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมที่ดี
5) ให้หมู่บ้าน/ชุมชนมีความเข้มแข็งและมั่นคงปลอดภัย
6) ให้ประชาชนมีอาชีพและรายได้เพิ่มขึ้นเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
7) สนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่นให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตชุมชน
8) ส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่
9) เพิ่มขีดความสามารถด้านการเมือง การบริหารและการบริการของ อบต.
10) ประสานความร่วมมือในการพัฒนาพื้นที่แบบบูรณาการ
11) สร้างความพึงพอใจและความมั่นใจให้แก่ประชาชนผู้มารับบริการ